อัพบล็อก...

posted on 08 Dec 2009 01:34 by plugnaja
ตามนั้น...
ออกตัวก่อนเลยว่าตัวผมได้ฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับนึงที่เค้าอ้างว่าเป็นคำให้ สัมภาษณ์ของพ่อน้อง เคอิโหงะ ซาโตะ(ซึ่งสื่อไทยก็ชอบโหนกระแสซะเหลือเกิน)ที่ให้สัมภาษณ์กับทางสื่อของ ญี่ปุ่น ดังนี้... รับมาก็ส่งไปและอยากให้ช่วยส่งต่อ ๆไปอีก..... ว่าแล้วต้องออกมาแนวนี้ อยากจะถีบหน้ามันจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คนไทยอ่านแล้ว.... อย่าเจ็บใจนะ นาย คัตซุมิ ซาโต้ ถือได้ว่าเป็นชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่โชคดีผู้หนึ่งที่หลังจากได้มาพบลูกชาย ที่เมืองไทยแล้วเมื่อเดินทางกลับถึงญี่ปุ่นได้มีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและ วารสารมาขอสัมภาษณ์ เกี่ยวกับเรื่องที่เดินทางมาประเทศไทยหลังจากที่ปฏิเสธการเดินทางมาก่อนหน้า นี้ นี่คือบทสัมภาษณ์ที่นายคัตซุมิ ซาโต้ ที่ปัจจุบันยังไม่ได้มีงานอะไรที่มีรายได้เป็นหลักแหล่งแน่นอนหรือมากมายแต่ โชคดีที่มีลูกในเมืองไทย.... “ ตอนแรกผมไม่ได้คิดมาเมืองไทยเพราะผมเองไม่ได้มีรายได้อะไรมากมายและที่สำคัญ ผมเข้าใจผิดคิดว่าที่เมืองไทยคงใช้กฎหมายเหมือนที่ญี่ปุ่นที่ชายคนใดทำให้ หญิงสาวท้องจนคลอดลูกแล้วหนีไป เมื่อพบตัวชายผู้นั้น ชายผุ้นั้นต้องรับผิดชอบทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และความเสียหายที่ทางหญิงสาวสามารถเรียกร้องพร้อมทั้งอาจต้องผิดกฎหมายด้วย แต่ปรากฏว่า จากการ ติดตามแกมบังคับให้ผมต้องเดินทางไปประเทศไทยทำให้ผมเพิ่งทราบว่าทุกอย่างไม่ ได้เป็นอย่างที่ผมคิดไปเองเพราะก้าวแรกที่ผมถึงประเทศไทย คนไทยให้การต้อนรับผมราวกับคนสำคัญของประเทศคนหนึ่ง ทั้งหนังสือพิมพ์ ทีวีและสื่อต่าง ๆ พากันมาทำข่าว ผมได้พักโรงแรม 5 ดาวอย่างหรูอาหารการกินอย่างดี มีคนต้อนรับตลอดหลายวันที่ผ่านมา และที่สำคัญ ยังได้เงินที่มีคนนำมามอบให้อีกด้วย (ทั้ง ๆที่ทิ้งลูกเมียไปอย่างไม่รับผิดชอบและไม่ได้ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทยอะไร เลยตลอดมาการพบลูกในครั้งนี้) ดังนั้น ผมจึงคิดว่าจะเดินทางไปประเทศไทยอีกในระยะอันใกล้นี้และถ้าเป็นไปได้ก็อาจหา ทางเอาลูกชายมาด้วย เผื่อว่าคนไทยหรือทางรัฐ ฯ จะได้ให้เงินสนับสนุนผมและลูกต่อไป” เป็นไงครับ .... กับคนญี่ปุ่นไร้ความรับผิดชอบ ไม่มีคุณประโยชน์อะไรกับประเทศไทยเราเลย แถมตอนแรกไม่คิดมาเพราะอาจมีภาระแต่พอมาแล้วได้กินดี อยู่ฟรีแถมมีเงินติดมือ เป็นใคร (ที่ขี้เกียจและไร้ความรับผิดชอบ)ก็คงชอบแน่นอน. เป็นไงครับ ... คนไทยที่บ้าเห่อ บ้ากระแส ไร้ความคิด สุดท้ายก็โดนชายญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรต่อประเทศไทยเราเลย ตบหน้าฉาดใหญ่เพียงอาศัยความอยากรู้จักพ่อของเด็กคนหนึ่งเท่านั้น.... เท่านั้นจริง อ่านแล้วเป็นไงครับ แค้น? เจ็บใจ? หรือยังไง? สำหรับผมแล้ว อ่านครั้งแรก ยอมรับว่า เจ็บใจครับ "แต่" คิดดูดีแล้ว มันแปลกๆมั้ยครับ มีคนบ้าที่ไหนเค้าจะให้สัมภาษณ์สื่อแบบ"ฆ่าตัวตายแบบนั้น?"นั่นมันกระทบความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยย่อมๆเลยนะครับ ผมไม่รู้ว่าไอ้บทสัมภษณ์นี้มันมาจากไหน แต่ผมไม่เชื่อ 100% ครับ ใจจริงผมก็ไม่ชอบพ่อน้องเคอิโงะเท่าไหร่หรอก ไข่แล้วก็ทิ้ง ไร้ความรับผิดชอบ แต่ ถ้าบทสัมภาษณ์นั่นไม่เป็นความจริง มีการใส่ไข่หรือนั่งเทียนเขียนขึ้นมา หาข้อมูลแหล่งที่มายืนยันไม่ได้ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับผู้ชายคนนึงเท่าไหร่ ฟอร์เวิร์ดเมล์ ใครๆก็เขียนได้ครับ ใครๆก็พิมพ์ได้ แต่ไม่ค่อยมีใครออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองพิมพ์แล้วส่งไป มักไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือในเรื่องของแหล่งที่มาครับ ร่ายมายาว มาอ่านบทสัมภาษณ์อีกอันกันดีกว่า.... "ในครั้งแรกที่ผมได้รับการติดต่อจากรับบาลญี่ปุ่นและไทย ผมทราบรายละเอียดน้อยมาก แต่ผมไม่พร้อมนักเรื่องฐานะ การเงิน เนื่องจากขณะนี้ผมทำกิจการเล็ก ๆ อยู่กับครอบครัว ไม่ได้ร่ำรวยอะไร หากทางรัฐบาลไทยจะให้ผมรับผิดชอบเทียบเท่ากับรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งผมได้ให้ความช่วยเหลือกับอดีตภรรยาผมไปแล้ว ผมรู้สึกขอบคุณประเทศไทยมาก ที่ต้อนรับผมอย่างบุคคลสำคัญ ทั้ง ๆ ที่ผมทอดทิ้งลูกชายผมไปหลายปี ทั้งนี้เป็นไปตามที่ได้พูดคุย กับแม่เค๊าไว้แล้ว แต่ผมไม่อาจเปิดเผยเหตุผลได้ ผมประหลาดใจมาก แต่ผมสามารถเข้าใจทุกอย่างได้ คนไทย ให้ เกียรติผมและลูกมาก ให้ที่พักที่ดีที่สุด และให้ข้อเสนอเรื่องเงินกับผม แต่ผมเป็นคนญี่ปุ่น ผมย่อมปฏิเสธเงินที่ผมไม่ได้หามาเอง หากลูกต้องการ ก็จะให้เขามาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ผมจะขอเวลาประมาณ 3-4 ปี หรือน้อยกว่านั้น เพื่อสร้างฐานะ ส่วนทางครอบครัวผมเข้าใจในสิ่งที่เกิด และขอขอบคุณรัฐบาลญี่ป่นและรัฐบาลไทยที่ได้ช่วยเหลือลูกผม และให้ผมได้มีโอกาสกลับไปกล่าวคำว่ารักกับภรรยาชาวไทยที่เสียชีวิต ไปแล้วอีกครั้ง " credit : granprai / http://www.guitarthai.com/webboard/question.asp?QID=209857 อ่านแล้วเป็นไงครับ ? ต่างกันมากเลยใช่มั้ย? ผมก็บอกไม่ได้ครับว่าบทสัมภาษณ์นี้มาจากไหน แต่ผมอ้างบุคคล แลล้ะเซ็บไซต์ที่มาได้ และคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นบทสัมภาษณ์ที่แปลออกมาได้ตรงที่สุด สุดท้ายครับ อยากให้เราๆท่านๆทีได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์จากใครก็ตามที่ท่านรู้จักเนี่ย รับ อ่าน แล้วก็ไตรตรองสักนิดครับ ว่ามันน่าเชื่อถือได้มั้ย มีมูลเหตุ หรือว่าข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหนเพราะ"Cyber world ก็คือ Cyber world วันยังค่ำ ใครอยากเขียน อยากพิมพ์อะไร ก็แค่จิ้มคีย์บอร์ด"....สวัสดีครับ plugnaja

edit @ 14 Oct 2009 13:06:15 by plugnaja

edit @ 14 Oct 2009 13:06:37 by plugnaja

ในที่สุดก็ได้ทำให้มันเป็นรูปร่างซักที หลังจากวางแผนว่าจะทำมาตั้งแต่ปีสอง....

...เว็บไซต์สำหรับเพื่อนๆ...อุอุอุ

...นี่ตรูว่างมากใช่มั้ยเนี่ย ห๊า????